บทที่ 5 ตาแก่ขี้เมา
บทที่ 5 : ตาแก่ขี้เมา
หลินชิงเยว่คุกเข่าอยู่ได้ไม่ถึงสามลมหายใจ ก็มีเสียงหัวเราะแสบแก้วหูดังขึ้นมาจากบนต้นไม้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ดี! ดีมาก! อีหนูตระกูลหลินที่ว่าเย็นชาดุจน้ำแข็ง ยอมคุกเข่าให้ไอ้ขยะตระกูลเซียว! หากเรื่องนี้แพร่ออกไปนอกป่า ผู้ชายทั้งเมืองชิงโจวคงอกแตกตาย!"
เซียวอู๋จี้ดึงหลินชิงเยว่ให้ลุกขึ้นยืนทันที แล้วก้าวไปบังอยู่ข้างหน้านางโดยสัญชาตญาณ มือขวาของเขามีไฟสีดำก่อตัวขึ้นแล้ว
บนกิ่งไม้ใหญ่ ชายชราผมยุ่งเหยิงสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งที่เต็มไปด้วยคราบเหล้า นั่งห้อยขาอยู่ ขวดน้ำเต้าสีดำในมือสั่นไหวไปมา กลิ่นเหล้าฉุนโชยมาตั้งแต่ระยะสิบเมตร
แต่ดวงตาของชายชราคนนั้น... ไม่ได้เมาเลยแม้แต่น้อย
มันคมกริบเหมือนกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก
"ใคร?" หลินชิงเยว่ขมวดคิ้ว นางสัมผัสได้ถึงพลังที่ลึกจนหยั่งไม่ถึงจากชายชราคนนี้
ชายชรากระโดดลงมาจากต้นไม้ ร่างกายของเขาเบาหวิวเหมือนไม่มีน้ำหนัก เขาเดินเซไปเซมาเข้ามาใกล้ แล้วหยุดยืนห่างจากเซียวอู๋จี้เพียงสองก้าว จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีดำของเซียวอู๋จี้
"เจ้า... ไม่ใช่ไอ้หนูขยะคนเดิมแล้วใช่ไหม?"
คำถามนั้นทำให้เซียวอู๋จี้หัวใจกระตุก
"หมายความว่าอย่างไร?"
"ยังจะแกล้งโง่อีกหรือ? ไฟอสุรานิรันดร์ วิชากลืนวิญญาณอสุรานิรันดร์ บัวเก้ากลีบที่อยู่ในหัวใจเจ้า..." ชายชราพูดด้วยเสียงที่เบาลงจนมีเพียงเซียวอู๋จี้ได้ยิน "สามพันปีก่อน ข้าเป็นคนเดียวที่ดื่มเหล้ากับเจ้าจนรุ่งเช้าบนยอดเขานรกภูมิ แล้วเจ้าก็บอกข้าว่าวิชาของเจ้าไม่มีวันสูญหาย เพราะบัวมันจะหาผู้สืบทอดเอง... เซียวอู๋จี้"
ชื่อนั้น... ไม่มีใครในโลกเบื้องล่างนี้ควรรู้จักชื่อจริงของจอมเทพอสุรา
เซียวอู๋จี้ม่านตาหดเล็กลง พลังกลืนวิญญาณในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พร้อมที่จะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
แต่ชายชรากลับยกมือขึ้น "ใจเย็นๆ ไอ้ลูกศิษย์บ้า ข้าคือเทียนเจี้ยน ผู้อาวุโสขี้เมาของสำนักกระบี่สวรรค์ที่ทุกคนรังเกียจไงล่ะ ตอนนี้ข้าเป็นแค่ตาแก่ที่ไม่มีใครเอา แต่เมื่อสามพันปีก่อน ข้าชื่อกระบี่เมาเทียนเจี้ยน เพื่อนคนเดียวของเจ้าที่ไม่เคยกลัวว่าเจ้าจะเป็นอสุรา"
กระบี่เมาเทียนเจี้ยน!
ความทรงจำสามพันปีที่แล้วผุดขึ้นมา ชายหนุ่มที่ถือกระบี่แล้วเมาหัวราน้ำตลอดเวลา คนที่เคยช่วยเขาตอนที่เขาถูกสวรรค์รุมล้อมครั้งแรก แล้วบอกว่า "เป็นอสุราก็เป็นไปสิวะ เป็นเทพแล้วมีความสุขกว่าตรงไหน?"
เซียวอู๋จี้ลดมือลง แต่ยังคงระวังตัว
"เจ้าจำข้าได้แล้วหรือ?"
"ข้ายังไม่ตายง่ายๆ หรอก" เทียนเจี้ยนหัวเราะแล้วตบไหล่เซียวอู๋จี้ดังป้าบ! "แต่เจ้าตายไปแล้วหนึ่งรอบ กลับมารอบนี้เจ้าจะทำอะไร? จะกลับไปเป็นคนดีให้สวรรค์มันกราบไหว้อีกหรือ?"
"ข้าจะฉีกสวรรค์"
คำตอบสั้นๆ แต่ทำให้เทียนเจี้ยนหัวเราะดังลั่นยิ่งกว่าเดิม
"ดี! นั่นแหละคือเซียวอู๋จี้ที่ข้ารู้จัก! เอาล่ะ ตั้งแต่วันนี้เจ้าเป็นศิษย์ของข้า!"
"ข้าไม่ต้องการอาจารย์"
"ไม่ต้องการก็ต้องต้องการ!" เทียนเจี้ยนยัดป้ายไม้โทรมๆ อันหนึ่งใส่มือเซียวอู๋จี้ "นี่คือป้ายศิษย์สายตรงของข้า มีมันแล้วเจ้าจะเดินในสำนักกระบี่สวรรค์ได้โดยไม่มีใครกล้าตรวจสอบว่าเจ้าฝึกวิชามารหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดว่าวิชากลืนวิญญาณของเจ้าจะซ่อนได้นานแค่ไหน? สำนักสวรรค์เบื้องบนส่งคนลงมาแล้วนะ"
สิ้นเสียงนั้นเอง
ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น ลูกศรสีทองสามดอกพุ่งมาจากความมืดของป่า เป้าหมายคือหัวใจของเซียวอู๋จี้โดยตรง
เร็ว! เร็วจนหลินชิงเยว่ที่อยู่ระดับก่อลมปราณขั้นหกยังมองไม่ทัน
แต่เซียวอู๋จี้กลับเห็น
ดวงตาของจอมเทพอสุราจับวิถีของลูกศรได้
เขาไม่หลบ เขายื่นมือออกไป
กร๊อบ!
ลูกศรทั้งสามดอกถูกจับไว้ในมือเดียว พลังศักดิ์สิทธิ์สีทองบนลูกศรพยายามเผาไหม้มือของเขา แต่ไฟอสุรานิรันดร์สีดำกลับกลืนกินพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นจนหมดสิ้น
"นักฆ่าสวรรค์..." เทียนเจี้ยนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที จากขี้เมากลายเป็นจริงจัง "มาเร็วกว่าที่ข้าคิด"
จากเงามืดของต้นไม้ ร่างในชุดคลุมสีทองสามร่างปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของพวกเขาสวมหน้ากากสีขาวไร้หน้า มีเพียงอักษรคำว่า "罚" - ลงทัณฑ์ - สลักอยู่กลางหน้าผาก
"เซียวอู๋จี้แห่งตระกูลเซียว ฝึกวิชาต้องห้ามกลืนวิญญาณ มีความผิดฐานเป็นมาร ตามราชโองการของจักรพรรดินีสวรรค์เย่วหลิงซา ให้ประหารทันที ไม่ต้องไต่สวน"
เสียงของพวกเขาไร้อารมณ์เหมือนหุ่นยนต์
หลินชิงเยว่หน้าซีดเผือด "ราชโองการของจักรพรรดินีสวรรค์..."
เซียวอู๋จี้มองหน้ากากเหล่านั้นแล้วรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งเย็นเยียบขึ้น
"เย่วหลิงซา... ส่งแค่หมาสามตัวมาต้อนรับข้าเองหรือ? นางดูถูกข้าเกินไปแล้ว"
เขาก้าวไปข้างหน้า ไฟสีดำลุกท่วมทั้งร่าง
"เมื่อสามพันปีก่อน ข้าเป็นคนสอนวิชาให้นาง แต่ข้าลืมสอนไปอย่างหนึ่งว่า... วิชาของข้า... ไม่ได้มีไว้ให้หมาตัวไหนก็ใช้ได้"
เทียนเจี้ยนถอยหลังไปยืนข้างหลินชิงเยว่ แล้วพูดเบาๆ ว่า "อีหนู ดูให้ดี นี่แหละคือวิชาที่แท้จริงของจอมเทพอสุรา"
เซียวอู๋จี้ยกมือขึ้น บัวอสุรานิรันดร์ในหัวใจหมุนอย่างบ้าคลั่ง
"กลืน"
คำเดียวสั้นๆ
ร่างของนักฆ่าสวรรค์ทั้งสามคนหยุดชะงัก พลังศักดิ์สิทธิ์สีทองในร่างของพวกเขาที่อยู่ในระดับสร้างรากฐานขั้นต้น ซึ่งแข็งแกร่งพอที่จะทำลายเมืองชิงโจวได้ทั้งเมือง กำลังถูกกระชากออกมาอย่างรุนแรง
"อ๊าก! นี่มัน..."
พวกเขาไม่เคยเจอวิชาที่กลืนพลังศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์ได้ วิชาของสวรรค์เหนือกว่าทุกอย่างในโลกเบื้องล่างมาตลอด
แต่ต่อหน้าวิชากลืนวิญญาณอสุรานิรันดร์ พลังศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นแค่อาหารอันโอชะ
สามลมหายใจต่อมา ร่างทั้งสามร่างกลายเป็นศพแห้งเหี่ยวตกลงบนพื้น พลังทั้งหมดถูกกลืนเข้ามาในร่างของเซียวอู๋จี้
บูม!
พลังในร่างของเขาทะลุจากก่อลมปราณขั้นห้า ไปสู่ขั้นหก ขั้นเจ็ด ขั้นแปด! จนไปหยุดอยู่ที่ก่อลมปราณขั้นเก้า จุดสูงสุดก่อนจะสร้างรากฐาน
หลินชิงเยว่เบิกตากว้าง นางเพิ่งเข้าใจว่านางยอมเป็นดาบให้กับปีศาจแบบไหน
เทียนเจี้ยนหัวเราะ "ฮ่าๆ! เหมือนเดิม! เหมือนเดิมเลย! ยิ่งฆ่ายิ่งเก่ง! นี่แหละคือเหตุผลที่สวรรค์มันกลัวเจ้าจนต้องฆ่าเจ้า!"
เซียวอู๋จี้หันกลับมา ดวงตาสีดำของเขามีประกายสีทองของพลังสวรรค์ที่เพิ่งกลืนมาเจือปนอยู่เล็กน้อย
"บอกเย่วหลิงซาไปว่า... ของขวัญที่ส่งมา ข้ารับไว้แล้ว"
"อีกไม่นาน ข้าจะขึ้นไปเอาหัวของนางด้วยตัวเอง"
เขามองไปที่หินกระบี่สวรรค์สิบก้อนที่นักฆ่าทั้งสามคนทำหล่นไว้บนพื้น
การประลองคัดเลือกศิษย์... จบลงแล้วตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
